หลุมสิว

หลุมสิวเกิดจากอะไร? สาเหตุ ชนิดของหลุมสิว และวิธีการรักษาหลุมสิว

หลุมสิวเกิดจากอะไร? เข้าใจสาเหตุ ชนิดของหลุมสิว และวิธีการรักษาหลุมสิวแต่ละแบบ

ที่มิ่งขวัญคลินิก หนึ่งในปัญหาที่คนไข้มารักษามากที่สุดคือ หลุมสิว (Acne Scar) ซึ่งมักเกิดตามหลังสิวอักเสบที่รุนแรง คนไข้หลายคนสังเกตว่าหลังจากสิวยุบลงแล้ว ผิวกลับไม่เรียบเหมือนเดิม แต่มีลักษณะเป็นรอยบุ๋มหรือหลุมเล็ก ๆ บนใบหน้า

หลุมสิวไม่ได้เกิดจากสิวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก กระบวนการอักเสบที่ทำลายโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิว เมื่อเนื้อเยื่อใต้ผิวถูกทำลาย ร่างกายอาจไม่สามารถสร้างคอลลาเจนขึ้นมาซ่อมแซมได้สมบูรณ์ ผิวบริเวณนั้นจึงยุบตัวลงและกลายเป็นหลุมสิวในที่สุด

บทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจว่า หลุมสิวเกิดจากอะไร มีกี่ชนิด และควรรักษาอย่างไรจึงจะเหมาะกับปัญหาของแต่ละคน

สารบัญ คลิกอ่าน

หลุมสิวเกิดจากอะไร: เมื่อการอักเสบทำลายโครงสร้างผิว

หลุมสิว เกิดจาก อะไร

เมื่อเกิดสิวอักเสบ ร่างกายจะส่งเซลล์ภูมิคุ้มกันเข้ามาจัดการแบคทีเรียและสิ่งแปลกปลอมในรูขุมขน ระหว่างกระบวนการนี้ ร่างกายจะหลั่งสารหลายชนิด เช่น inflammatory cytokines และเอนไซม์ในกลุ่ม MMPs ซึ่งมีหน้าที่ช่วยกำจัดเนื้อเยื่อที่เสียหาย

อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีสารเหล่านี้อาจทำลาย คอลลาเจนและโครงสร้างผิวปกติรอบข้าง ไปด้วย เมื่อการทำลายเกิดขึ้นมากเกินไป ผิวจึงไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ และเกิดเป็นหลุมสิวตามมาในที่สุด

ทำไมบางคนเป็นสิวไม่มาก แต่กลับมีหลุมสิวเยอะ

ความรุนแรงของหลุมสิวไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนสิวเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับ การตอบสนองของผิวต่อการอักเสบ ด้วย เช่น

  • ความไวต่อการอักเสบ: ผิวของแต่ละคนตอบสนองต่อสิวอักเสบไม่เหมือนกัน บางคนมีการหลั่งสารอักเสบมาก จนทำลายคอลลาเจนรอบรูขุมขนได้มากกว่าปกติ แม้สิวจะไม่ได้ใหญ่มากก็อาจเกิดหลุมได้
  • ความสามารถในการซ่อมแซมคอลลาเจน: บางคนมีโครงสร้างคอลลาเจนที่ถูกทำลายได้ง่าย และฟื้นตัวได้ไม่ดี จึงมีโอกาสเกิดแผลเป็นหลุมมากกว่าคนอื่น
  • พันธุกรรม: บางคนมีแนวโน้มเกิดแผลเป็นได้ง่ายกว่าตามกรรมพันธุ์ จึงอาจมีโอกาสเกิดหลุมสิวมากกว่าคนทั่วไป

หลุมสิวมีกี่แบบ? แต่ละแบบต่างกันอย่างไร

หลุมสิว สาเหตุ ประเภท
ชนิดหลุมสิว ลักษณะของหลุม สาเหตุหลัก
Ice Pick ปากแคบแต่ลึก คล้ายรอยเข็มจิ้ม สูญเสียเนื้อผิวระดับลึก
Boxcar หลุมกว้าง ขอบชัด ดูคล้ายขอบกล่อง สูญเสียเนื้อผิวบริเวณด้านบน
Rolling ผิวเป็นลอนคลื่น ขอบไม่ชัด พังผืดใต้ผิวดึงรั้งผิวลงไป

วิธีดูหลุมสิวของตัวเองในกระจกภายใน 30 วินาที

คนไข้สามารถสังเกตลักษณะเบื้องต้นของหลุมสิวได้ง่าย ๆ ดังนี้:

Step 1: ดูลักษณะของหลุม

  • หลุมเล็ก ลึก ปากแคบ → มักเป็น Ice Pick
  • หลุมกว้าง ขอบชัด → มักเป็น Boxcar
  • ผิวเป็นคลื่น แอ่งกว้าง → มักเป็น Rolling

Step 2: ลองดึงผิวเบา ๆ

  • ถ้าดึงแล้วหลุมดูตื้นลงหรือหายไป แปลว่ามีพังผืดดึงรั้งอยู่ด้านล่าง มักเป็นลักษณะของ Rolling Scar
  • ถ้าดึงแล้วหลุมยังชัดเหมือนเดิม แปลว่ามีการสูญเสียเนื้อผิวจริง มักเป็น Boxcar หรือ Ice Pick

ดูรูปรีวิว
รักษาหลุมสิวเพิ่มเติม

ความจริงของการรักษา: ทำไมหัตถการเดียวจึงรักษาหลุมสิวไม่ได้ทุกแบบ

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่หมอพบได้บ่อยคือ หลายคนมักมองหา “นวัตกรรมตัวเดียว” ที่หวังว่าจะรักษาหลุมสิวได้ทุกชนิด

ในความเป็นจริง ไม่มีหัตถการหรือเครื่องมือชนิดใดที่รักษาหลุมสิวได้ครบทุกแบบในครั้งเดียว เพราะหลุมสิวส่วนใหญ่มักเป็น Mixed Scars (หลายรูปแบบปะปนกัน) การใช้เครื่องมือเพียงชนิดเดียวจึงมักแก้ปัญหาได้ไม่ครบทุกชั้นผิว

แนวทางรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy)

วิธีรักษา ผสมผสาน หลุมสิว

เพื่อให้ผลลัพธ์ดีที่สุด หมอมักเลือกใช้การรักษาที่พิจารณาตามปัญหาในแต่ละชั้นผิวทั้ง 3 ชั้น:

1. ปัญหาผิวด้านบนเหมือนเนื้อแหว่งหายไป (Surface Defect)

ในบางบริเวณ หลุมสิวเกิดจากการที่เนื้อผิวด้านบนถูกทำลาย ทำให้พื้นผิวดูแหว่งหรือไม่เรียบ เป้าหมายของการรักษาคือการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และปรับ texture ของผิว ให้ดูเรียบขึ้น หมอจึงมักใช้การรักษาในกลุ่ม resurfacing เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมของผิว

การรักษาที่ใช้ได้ เช่น

  • Ablative laser เช่น CO2, Er:Yag, 2910nm laser
  • Deep Chemical peel
  • Dermabrasion
  • TCA cross

นอกจากนี้ ในบางกรณีหมออาจใช้วิธี superficial dermal stimulation เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวตื้น เช่น

  • Biostimulator (เช่น PDLLA)
  • HA skin booster
  • Needle-free jet injection
  • RF เช่น Fractional RF, microneedling RF
  • Non-ablative laser เช่น Fractional picosecond laser, 1450nm laser

วิธีเหล่านี้ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวค่อย ๆ ฟูขึ้นจากด้านล่าง และช่วยให้ขอบหลุมดูตื้นลง

2. ปัญหาพังผืดใต้ผิว (Fibrosis Tethering)

หลุมสิวบางชนิด โดยเฉพาะ rolling scar เกิดจากพังผืดใต้ผิวที่ดึงรั้งผิวลงด้านล่าง ทำให้ผิวดูเป็นคลื่นหรือยุบตัว ในกรณีนี้หมอจะใช้วิธี subcision เพื่อปลดพังผืดที่ยึดผิวอยู่ เมื่อพังผืดถูกตัด ผิวที่ถูกดึงลงจะสามารถยกตัวขึ้นได้ และช่วยให้หลุมดูตื้นขึ้น สำหรับคนที่สงสัยว่า subcision คืออะไร สามารถกดเข้าไปรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ >>> Subcision คืออะไร

เทคนิคที่ใช้ในการทำ subcision เช่น

  • Needle subcision
  • Cannula subcision
  • Special device เช่น Liberator

3. ปัญหาการสูญเสียเนื้อเยื่อใต้ผิว (Volume Loss)

ในบางบริเวณ หลุมสิวเกิดจากการสูญเสียเนื้อเยื่อรองรับใต้ผิว ทำให้ฐานของหลุมยุบลง เป้าหมายของการรักษาคือการ ฟื้นฟูโครงสร้างรองรับของผิว (restore dermal support) เพื่อช่วยพยุงฐานหลุมให้เสมอกับผิวรอบข้าง

การรักษาที่ใช้ได้ เช่น

  • HA filler
  • Biostimulator
  • Fat graft (ในบางกรณี)

เมื่อมีการเติม volume และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ฐานหลุมจะค่อย ๆ ถูกพยุงขึ้น ทำให้ผิวดูเรียบและสม่ำเสมอมากขึ้น

ทำไมการรักษาหลุมสิวจึงมักต้องมีระยะพักหน้า

การรักษาหลุมสิวที่มีประสิทธิภาพ มักต้องลงลึกถึงระดับที่มีพังผืดหรือมีการสูญเสียคอลลาเจนจริง จึงมักมี ระยะพักหน้า (Downtime)ตามมา เช่น รอยแดง อาการบวม หรือสะเก็ดบางส่วนชั่วคราว

ที่มิ่งขวัญคลินิก หมอมักอธิบายกับคนไข้ตามตรงว่า การรักษาที่ลงลึกและจริงจัง ย่อมต้องมีช่วงฟื้นตัวบ้าง เพราะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการซ่อมแซมผิวและการสร้างคอลลาเจนใหม่

“การรักษาหลุมสิวที่มีประสิทธิภาพ โดยปกติจะต้องมีระยะพักหน้าเสมอ การรักษาที่ลงลึกถึงชั้นพังผืดและกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ย่อมตามมาด้วยความแดงและการบวมชั่วคราว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นฟูผิว” — หมอสิทธิชัย

ปัจจัยที่มีผลต่อความยากง่ายของการรักษา

ผลการรักษาหลุมสิวในแต่ละคนไม่เหมือนกัน โดยมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

  1. ตำแหน่งของหลุมสิว: บริเวณแก้มมักตอบสนองได้ดีกว่า เพราะมีเนื้อผิวและชั้นไขมันรองรับมากกว่า ส่วนบริเวณหน้าผาก จมูก หรือขมับ มักรักษาได้ช้ากว่าเพราะผิวบางและอยู่ใกล้กระดูก
  2. อายุของผิว: เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการสร้างคอลลาเจนใหม่จะลดลง จึงอาจเห็นผลช้ากว่าคนอายุน้อย
  3. อายุของแผลเป็น: หลุมสิวที่เพิ่งเกิดใหม่มักตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่า หลุมเก่าที่มีพังผืดแข็งตัวมานานแล้ว
  4. ชนิดของหลุม: Rolling scar มักตอบสนองต่อการรักษาได้ชัดเจนกว่า ส่วน ice pick scar มักรักษาได้ยากกว่าและต้องใช้เทคนิคเฉพาะร่วมกัน

ทำไมช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังรักษาหลุมสิวจึงยังประเมินผลไม่ได้

ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำ ผิวมักยังมีอาการบวมและการอักเสบระดับจุลภาคอยู่ ซึ่งอาการบวมนี้อาจทำให้หลุมดูตื้นขึ้นชั่วคราว หรือหลุมดูแย่ลง จึงยังไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แท้จริง

โดยทั่วไป หมอแนะนำให้ประเมินผลที่ 6-8 สัปดาห์ขึ้นไป เพราะเป็นช่วงที่อาการบวมเริ่มยุบ และกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่เริ่มเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนมากขึ้น

ดูรูปรีวิว
รักษาหลุมสิวเพิ่มเติม

ทำไมหลุมสิวบางครั้งดีขึ้นหลังทำไปหลายเดือน

หลังการรักษา ผิวไม่ได้หยุดฟื้นตัวทันที แต่จะเข้าสู่กระบวนการ collagen remodeling ซึ่งเป็นการซ่อมแซมและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้ หลุมสิวจึงอาจค่อย ๆ ดีขึ้นต่อเนื่องได้นาน 3-6 เดือน หลังการรักษา ผิวจะดูเรียบเนียนขึ้นทีละน้อยตามธรรมชาติ

มุมมองจากแพทย์: ทำไมการประเมินรายบุคคลจึงสำคัญ

หลุมสิวแต่ละชนิดเกิดจากสาเหตุไม่เหมือนกัน บางคนมีปัญหาหลักที่พังผืดใต้ผิว บางคนสูญเสียเนื้อผิวด้านบนมาก หรือบางคนมีหลายปัจจัยร่วมกัน

“หลุมสิวแต่ละชนิดเกิดจากสาเหตุที่ต่างกัน หมอจึงมักประเมินทั้งลักษณะหลุมและโครงสร้างใต้ผิวก่อนเลือกวิธีรักษาแบบผสมผสาน เพื่อให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคนมากที่สุด” — หมอสิทธิชัย

หลุมสิวรักษาให้หายขาดได้ไหม

คำถามที่หมอได้รับบ่อยมากจากคนไข้คือ หลุมสิวสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

ในความเป็นจริง หลุมสิวเป็น แผลเป็นชนิดหนึ่งของผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและโครงสร้างผิวในชั้นหนังแท้ เมื่อโครงสร้างผิวถูกทำลายไปแล้ว ร่างกายมักไม่สามารถสร้างกลับมาให้เหมือนผิวเดิมได้ทั้งหมด

ดังนั้น เป้าหมายของการรักษาหลุมสิวจึงไม่ใช่การทำให้ผิวกลับมาเหมือนเดิม 100% แต่คือ การทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ด้วยเทคนิคการรักษาในปัจจุบัน เช่น

  • การตัดพังผืดใต้ผิว (subcision)
  • การกระตุ้นคอลลาเจนด้วยเลเซอร์หรือ microneedling
  • การเติมโครงสร้างรองรับผิวด้วย filler หรือ biostimulator

สามารถช่วยให้หลุมสิว ดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ในหลายกรณี

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการรักษาจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • ชนิดของหลุมสิว
  • ความลึกและความกว้างของหลุม
  • อายุของแผลเป็น
  • ความสามารถของผิวในการสร้างคอลลาเจนใหม่

โดยทั่วไป การรักษาหลุมสิวมักต้องทำ หลายครั้งและใช้หลายเทคนิคร่วมกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหลุมสิว

• กดสิวทำให้เป็นหลุมสิวไหม?

โดยทั่วไป การกดสิวอุดตันอย่างถูกวิธีไม่ได้ทำให้เกิดหลุมสิวโดยตรง แต่ถ้ากดไม่หมดจนเกิดการอักเสบตามมา หรือเดิมมีสิวอักเสบอยู่แล้ว กระบวนการทำลายคอลลาเจนอาจเกิดขึ้นและนำไปสู่หลุมสิวได้

• หลุมสิวหายเองได้ไหม?

ส่วนใหญ่ไม่หายเอง เพราะมีการสูญเสียโครงสร้างผิวไปแล้ว จึงมักต้องอาศัยการรักษาทางการแพทย์เพื่อช่วยกระตุ้นการซ่อมแซม

• ยาทาหรือครีมรักษาหลุมสิวได้หรือไม่?

โดยทั่วไป ยาทาหรือครีมไม่สามารถทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นจนเรียบเนียนได้ เพราะครีมออกฤทธิ์ได้เพียงผิวชั้นตื้น ขณะที่หลุมสิวเป็นปัญหาที่อยู่ในชั้นตื้นจนไปถึงชั้นลึกและอาจมีพังผืดอยู่ด้านล่าง จึงต้องอาศัยหัตถการที่ลงลึกถึงต้นตอของปัญหา

• ต้องรักษากี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

โดยทั่วไป ผิวจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเมื่อผ่านไปประมาณ 6 สัปดาห์ และอาจดีขึ้นต่อเนื่องได้อีก 3-6 เดือน จำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิด ความลึก และความกว้างของหลุมสิวในแต่ละคน

• การรักษาแต่ละครั้งควรห่างกันเท่าไร

แนะนำ 6-8 สัปดาห์ขึ้นไป เนื่องจากช่วง 1 เดือนแรกผิวหนังยังอาจจะมีการบวมจากการรักษาครั้งก่อนจึงควรให้ผิวหายบวมดีเสียก่อนแล้วจึงทำการรักษาครั้งต่อไป

• ควรรักษาหลุมสิวเมื่อไร

แนะนำให้รักษาเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากหลุมสิวระยะแรกจะยังไม่มีพังผืดเกาะ ทำให้แค่การยิงเลเซอร์อย่างเดียวก็สามารถกระตุ้นหลุมสิวได้ดีขึ้นมาก แต่ถ้าหากปล่อยหลุมสิวไว้นานเกินจะทำให้หลุมมีพังผืดมาเกาะมากขึ้น ส่งผลให้การรักษายากขึ้นอย่างมากและต้องทำหลายวิธี (รวมถึงค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น)

• ใครเป็นคนทำหัตถการรักษาหลุมสิวในคลินิกมิ่งขวัญ

แพทย์ที่คลินิกจะเป็นผู้รักษาหลุมสิวทุกเคส

บทสรุปจากมิ่งขวัญคลินิก

หลุมสิวเกิดจากการอักเสบที่ทำลายคอลลาเจนและโครงสร้างผิว
ดังนั้น การรักษาที่ได้ผลจึงไม่ใช่การพึ่งพาเครื่องมือเพียงชนิดเดียว แต่คือการวางแผนรักษาอย่างเหมาะสมตามชนิดของหลุมสิวและปัญหาในแต่ละชั้นผิว
แม้การรักษาหลุมสิวจะต้องใช้เวลา และหลายกรณีอาจมีระยะพักหน้าร่วมด้วย แต่หากวางแผนอย่างถูกต้องและเลือกวิธีที่เหมาะกับปัญหา ก็สามารถช่วยให้ผิวค่อย ๆ เรียบเนียนขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณมีปัญหาหลุมสิวและไม่แน่ใจว่าหลุมของตัวเองเป็นชนิดใด การประเมินโดยแพทย์จะช่วยให้วางแผนการรักษาได้ตรงจุดมากขึ้นครับ

กดเลือก Messenger หรือ Line
เพื่อส่งรูปประเมินการรักษาหลุมสิวได้ครับ

หลุมสิวเกิดจากอะไร? สาเหตุ ชนิดของหลุมสิว และวิธีการรักษาหลุมสิว Read More »

รักษาหลุมสิวด้วยการตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision)

รักษาหลุมสิวด้วยการตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision)

  การตัดพังผืดหลุมสิวหรือที่เรียกว่า subcision นั้น เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้ในการรักษาหลุมสิวนอกเหนือจากการใช้เลเซอร์หรือการฉีดยากระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาเทคนิคขึ้นไปมาก ที่มิ่งขวัญคลินิกเราจึงได้สร้างเครื่องมือตัดพังผืดขึ้นมาโดยเฉพาะและผสมผสานเทคนิคการตัดพังผืดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ในบทความนี้จะพูดถึงรายละเอียดการตัดพังผืดว่าคืออะไร มีวิธีทำอย่างไร

พังผืดหลุมสิวคืออะไร

  • คำว่าพังผืดในทางการแพทย์จะเรียกว่า fibrosis
  • เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อหรือผิวหนังเมื่อได้รับบาดแผลลึก (เช่น แผลผ่าตัด) หรือเกิดการอักเสบรุนแรง (เช่น สิวอักเสบเม็ดใหญ่) จะกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซ่มตัวเองและสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่แต่มีการจัดเรียงตัวผิดปกติ
  • ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดการแข็งตัวและมีการดึงรั้งของแผล
  • ในชีวิตจริงคนไข้น่าจะเคยเห็นแผลเป็นขนาดใหญ่จะมีลักษณะแข็งๆ ข้างใต้ผิวหรือตอนที่รับประทานเนื้อสัตว์แล้วเคี้ยวโดนบริเวณแข็งๆ โดยก้อนแข็งๆ ดังกล่าวก็คือพังผืดทั้งสิ้น
  • ในกรณีที่มีสิวอักเสบขนาดใหญ่ที่มีโพรงหนองข้างใต้ เมื่อสิวหายดีผิวหนังจะยุบตัวบริเวณที่เป็นโพรงและเมื่อมีการซ่อมแซมเนื้อเยื่อใต้ผิวจะเกิดพังผืดรั้งผิวด้านบนไว้ ทำให้เห็นหลุมสิว
  • สำหรับรายละเอียดหลุมสิวเกิดได้อย่างไร สาเหตุ และวิธีรักษาแบบผสมผสาน สามารถคลิกเข้าไปเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ >>> สาเหตุหลุมสิว-วิธีรักษา
กลไก สิว
รูปชิ้นเนื้อแสดงให้เห็นว่ามีคอลลาเจนผิดปกติ (สีน้ำเงิน) บริเวณใต้ต่อหลุมสิวซึ่งก็คือพังผืดที่ไปรั้งผิวด้านบน

พังผืดเริ่มเกิดขึ้นเมื่อไร

  ตั้งแต่ 1 เดือนแรกหลังเกิดหลุมสิวจะเริ่มเกิดการสร้างพังผืดขึ้นมา พังผืดจะมีใหญ่และแข็งขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา เมื่อผ่านไป 6-12 เดือนพังผืดจะมีความแข็งมากและยากต่อการรักษาหลุมสิว มีวิธีสังเกตุง่ายๆ จากสีของหลุมสิว หากหลุมสิวยังสีแดงชมพูจะเป็นหลุมสิวใหม่รักษาไม่ยากแต่เมื่อหลุมสิวสีผิวเป็นปกติแล้วจะเป็นหลุมสิวเก่ามีพังผืดข้างใต้มากซึ่งยากต่อการรักษา

รักษาหลุมสิวต้องตัดพังผืดหรือ subcision ทุกหลุมไหม

  ขึ้นกับหลายปัจจัยดังนี้
  • เป็นหลุมสิวใหม่หรือเก่า ถ้าเป็นหลุมใหม่ก็ยังไม่จำเป็นต้องตัดพังผืด สามารถใช้เครื่องมือกลุ่มเลเซอร์อย่างเดียวรักษาได้เลย แต่ถ้าเป็นหลุมเก่าก็ควรตัดพังผืดร่วมด้วย
  • ตำแหน่งของหลุมสิว เช่น บริเวณแก้มจะเป็นบริเวณที่ง่ายและปลอดภัยต่อการตัดพังผืด ในขณะที่บริเวณหน้าผากหรือจมูกเป็นที่มีความเสี่ยงและผิวหนังบาง จะไม่ค่อยคุ้มที่จะตัดพังผืดนัก (ทั้งนี้ขึ้นกับวิจารณญาณของแพทย์ว่าสมควรทำหรือไม่)

ดูรูปรีวิว
รักษาหลุมสิวเพิ่มเติม

การทำ subcision ทำอย่างไร

  • หลักการคือใช้เครื่องมือสอดผ่านผิวหนังชั้นบนแล้วเข้าไปเซาะหรือตัดพังผืดที่อยู่ใต้หลุมสิว ขณะที่ทำการตัดพังผืดคนไข้จะได้ยินเสียง snap sound ที่มีเสียงเหมือนมีอะไรขาดจากกัน หลังจากตัดพังผืดเสร็จ หลุมสิวจำนวนนึงมักจะยกตัวขึ้นมา ทั้งนี้การตัดพังผืดจะได้ประสิทธิภาพแค่ไหนขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภทของหลุมสิว เครื่องมือที่ใช้ในการตัดพังผืด เทคนิคในการตัดพังผืดและระยะเวลาที่ใช้ในการตัดพังผืด
  • เครื่องมือในการตัดพังผืดที่นิยมในปัจจุบันแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ
  1. เข็มแหลม เป็นการใช้เข็มเจาะเลือกมาดัดแปลงส่วนปลายให้มีลักษณะเหมือนใบมีด ข้อดีของเครื่องมือนี้คือตัดพังผืดได้ดีมาก แต่ก็ให้เกิดเลือดออกได้มาก ทำให้เกิดรอยช้ำเป็นเวลานานและหากตัดพังผืดโดยไม่ระมัดระวังก็อาจทำให้ไปทำอันตรายต่อเส้นประสาท ท่อน้ำลาย หรือกล้ามเนื้อหน้าได้
  2. เข็มทู่ เป็นการใช้เข็ม cannula ที่มักนำมาใช้ในการฉีดฟิวเลอร์/สารเติมเต็ม/สารกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ข้อดีของเข็มชนิดนี้คือมีความปลอดภัยต่อเส้นประสาท ท่อน้ำลาย หรือกล้ามเนื้อใบหน้ามากกว่าเครื่องมือตัวอื่น แต่ความสามารถในการตัดพังผืดจะน้อยสุด
  3. เครื่องมือพิเศษ ที่นำข้อดีของเข็มแหลมและเข็มทู่เข้ามาไว้ด้วยกัน โดยเครื่องมือชนิดนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อตัดพังผืดโดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องสั่งซื้อนำเข้ามาจากต่างประเทศ ข้อดีของเครื่องมือหลุ่มนี้คือตัดพังผืดได้ดี เกิดรอยช้ำน้อย และมีความเสี่ยงต่ำต่อการไปทำอันตรายเส้นประสาท ท่อน้ำลายหรือกล้ามเนื้อใบหน้า (เมื่อใช้เทคนิคการผ่าตัดถูกต้อง)
  ที่มิ่งขวัญคลินิกเราออกแบบเครื่องมือพิเศษสำหรับการตัดพังผืด ทำให้สามารถตัดพังผืดใบหน้าได้ดี เกิดรอยช้ำน้อย ทำให้หลุมสิวตื้นได้ดีขึ้น
หลักการ ตัดพังผืด subcision
คลิปแสดงวิธีตัดพังผืดชั้นลึก หากเปิดเสียงจะได้ยินเสียง Snap sound ที่ลักษณะพังผืดฉีกขาดออกจากกัน

การตัดพังผืดมีกี่ชั้น

  • ต้องเข้าใจก่อนว่าผิวหนังเรามี 3 ชั้น ประกอบไปด้วย 1. ชั้นหนังกำพร้าที่มีความหนาน้อยมาก (น้อยกว่า 0.5 มิลลิเมตร) เป็นชั้นที่มีการผลัดผิวสร้างขี้ไคล 2. ช้้นหนังแท้ซึ่งเป็นชั้นที่มีความแข็งแรงมากทำหน้าที่ปกป้องห่อหุ้มร่างกาย 3. ช้้นไขมันใต้ผิว
  • พังผืดหลุมสิวจะเกิดเฉพาะบริเวณชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อของชั้นหนังแท้และชั้นไขมันจะมีพังผืดมากเป็นพิเศษ
  • ปัจจุบันยังไม่มีการนิยามว่าการตัดพังผืดมีกี่ชั้น จึงขึ้นกับแพทย์หรือคลินิกจะต้้งกันเอง (จะ 3 ชั้น 5 ชั้น 10 ช้้นหรือ 100 ชั้นก็ได้ ขึ้นกับคำอธิบายและเหตุผลทางการตลาด) สำหรับมิ่งขวัญคลินิกเราจะทำการตัดพังผืดชั้นตื้น (บริเวณชั้นหนังแท้และรอยต่อช้้นไขมัน) และชั้นลึกที่อยู่ในชั้นไขมัน โดยใช้เครื่องมือตัดคนละชนิดกันเพื่อประสิทธิภาพในการตัดที่ดีที่สุด

รีวิวการตัดพังผืดหลุมสิว

  ผลลัพธ์การตัดพังผืดขึ้นกับหลายปัจจัย ได้แก่
  • ประเภทหลุมสิว โดยหลุมสิวลูกคลื่น (rolling scar) จะได้ผลดีสุด
  • อายุคนไข้ ยิ่งอายุน้อยผลลัพธ์มักจะดีกว่า
  • ความหนาและปริมาณพังผืด
  • เทคนิคและเครื่องมือในการผ่าตัด
  • การผสมผสานวิธีการรักษาหลุมสิวอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย เช่น เลเซอร์หรือการฉีดยากระตุ้นการสร้างคอลลาเจน มักจะทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้น

  ***ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล*** ***ไม่ได้ใช้ photoshop ในการตกแต่งหลุมสิว***

รีวิว ตัดพังผืด หลุมสิว subcision
รูป 1 – Double lasers and double subcisions จำนวน 1 ครั้ง
**สังเกตว่าแม้บริเวณหน้าผากที่รักษาหลุมได้ยากก็สามารถทำให้หลุมตื้นขึ้นได้ถ้าใช้เทคนิคการตัดหลุมสิวที่ถูกต้อง
รีวิว ตัดพังผืด หลุมสิว subcision2
รูป 2 – Double lasers and double subcisions จำนวน 1 ครั้ง
รีวิว ตัดพังผืด หลุมสิว subcision3
รูป 3 – Double lasers and double subcisions
รีวิว ตัดพังผืด หลุมสิว subcision4
รูป 4 – เลเซอร์และตัดพังผืดจำนวน + ฉีด PN

ตัดพังผืดแล้วควรทำเลเซอร์หรือฉีดยากระตุ้นคอลลาเจนร่วมด้วยไหม

  แนะนำให้ทำร่วม เพราะการตัดพังผืดอย่างเดียวไม่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตรงหลุมสิวได้ หลุมสิวจะไม่หนาตัวหรือตื้นขึ้นมาได้ดีเท่าที่ควร

ดูรูปรีวิว
รักษาหลุมสิวเพิ่มเติม

ราคาในการตัดพังผืด

  คงต้องยกตัวอย่างการทำจมูกที่มีหลายราคาตั้งแต่เกือบหมื่นจนถึงห้าหกแสนโดยขึ้นกับเทคนิคและระยะเวลาผ่าตัด ราคาของการตัดพังผืดก็เช่นเดียวกันที่ขึ้นกับเทคนิค เครื่องมือตัดพังผืด และระยะเวลาตัดพังผืด (มีต้้งแต่ใช้เวลา 3-5 นาทีจนไปถีง 30-60 นาที) โดยปัจจุบันราคามักจะอยู่หลักพันต้นๆ จนถึงราคาหลักหมื่นบาท ทั้งนี้แนะนำคนไข้เข้าไปคุยกับแพทย์ที่คลินิกโดยตรงเพื่อสอบถามหลายละเอียดเหล่านี้เพิ่มเติม

  • ค่าใช้จ่ายตัดพังผืดที่คลินิกมิ่งขวัญด้วยเทคนิค Double subcisions (เฉพาะกรณีทำคู่กับเลเซอร์หรือฉีด Biostimulator ร่วมด้วย)
    ทั่วหน้า: 7,900 บาท
    แก้ม 2 ข้าง: 5,900 บาท
    ขมับ: 2,500 บาท
  • กรณีที่ทำเลเซอร์และฉีดยากระตุ้นหลุมสิวร่วมด้วยสามารถเข้าไปดูราคาได้ที่หน้านี้ >>> Double lasers and subcisions

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตัดพังผืด

• หลุมประเภทไหนเหมาะกับการตัดพังผืด

หลุมที่เหมาะกับการตัดพังผืดจะเป็นหลุมลึกประเภทหลุมคลื่น (rolling) หรือหลุมกล่อง (boxcar) หากสงสัยประเภทของหลุมสามารถกดอ่านประเภทของหลุมสิวได้ที่ >>> สาเหตุหลุมสิว-วิธีรักษา

• หลุมสิวลึกทุกหลุมจะดีขึ้นหลังจากการตัดพังผืดหรือไม่

หลุมลึกจะเกิดจาก 2 ปัญหาหลัก คือ พังผืดกับการสูญเสียเนื้อเยื่อที่อยู่บริเวณหลุม กรณีที่หลุมลึกนั้นเกิดจากพังผืดเป็นหลักผลลัพธ์ที่ได้จาก subcision จะดีขึ้นมาก แต่หากหลุมนั้นเกิดจากการสูญเสียเนื้อเยื่อเป็นหลักการตัดพังผืดจะไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นมากนัก

• ผลลัพธ์หลังตัดพังผืดจะถาวรไหม

ในช่วง 1 เดือนแรกหลุมสิวจะบวมน้ำทำให้ดูดีขึ้น ดังนั้นหลังจากการรักษาเราควรรอให้หลุมสิวหายจากการบวมซึ่งปกติมักใช้เวลาไม่เกิน 8 สัปดาห์ ผลลัพธ์หลังจากนั้นมักจะผลลัพธ์ที่อยู่ถาวร

• ต้องรักษากี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

โดยทั่วไปจะแนะนำ 1-3 ครั้งขึ้นกับปริมาณพังผืดที่มีอยู่ใต้ผิวและการตอบสนอง

• การรักษาแต่ละครั้งควรห่างกันเท่าไร

แนะนำ 8 สัปดาห์ขึ้นไป เนื่องจากช่วง 1 เดือนแรกผิวหนังยังอาจจะมีการบวมจากการรักษาครั้งก่อนจึงควรให้ผิวหายบวมดีเสียก่อนแล้วจึงทำการรักษาครั้งต่อไป

• สามารถตัดพังผืดอย่างเดียวได้ไหมหรือควรทำควบคู่กับหัตถการอื่นร่วมด้วย

เนื่องจากหลุมสิวเกิดจะปัญหาหลายปัจจัยตั้งแต่พังผืด, การสูญเสียเนื้อเยื่อและหลุมที่มีลักษรณะขอบไม่เรียบ ดังนั้นจึงแนะนำให้รักษาหลุมสิวแบบผสมผสานเพื่อรักษาปัญหาดังกล่าวพร้อมกัน

• ใครเป็นคนทำหัตถการตัดพังผืดหลุมสิวในคลินิกมิ่งขวัญ

แพทย์ที่คลินิกจะเป็นผู้รักษาหลุมสิวทุกเคส

กดเลือก Messenger หรือ Line
เพื่อส่งรูปประเมินการรักษาหลุมสิวได้ครับ

รักษาหลุมสิวด้วยการตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision) Read More »

หลุมสิว รู้จักวิธีป้องกันและรักษาก่อนเข้าคลินิกกัน

หลุมสิว รู้จักวิธีป้องกันและรักษาก่อนเข้าคลินิกกัน

  หลุมสิว หน้าปรุเป็นปัญหาน่าหนักใจ รักษายาก ไหนจะต้องทำเข้าคลินิกเพื่อเลเซอร์แถมต้องใช้เวลารักษานานอีก ทำให้ผู้มีปัญหาหมดความมั่นใจไปมาก บทความนี้หมอเขียนขึ้นมาเพื่อให้คนไข้เข้าใจว่าหลุมสิวคืออะไร เกิดได้อย่างไร มีกี่ประเภท ป้องกันและรักษาอย่างไรค่ะ

หน้ามันเกิดจากสาเหตุอะไร?

  เป็นรอยแผลเป็นชนิดหนึ่งที่เกิดการบุ๋มลงไปของผิว ทำให้ผิวเป็นรู ดูปรุ ไม่เรียบเนียน

หลุมสิวเกิดจากอะไร?

  • เกิดจากการอักเสบของผิว ทำให้เกิดการทำลายของผิวตั้งแต่ผิวด้านบนถึงไขมันใต้ผิว เมื่อมีการซ่อมแซมจนแผลสมานหายดีแล้ว ไม่สามารถเติมเต็มเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายได้ ทำให้ผิวบุ๋มลงไป รวมถึงยังกระตุ้นให้มีการสร้างผังผืดมายึดใต้ผิว ดึงหลุมสิวให้ลึกลงไปอีก
  • ความลึกและขนาดขึ้นกับความรุนแรงของการอักเสบ

หลุมสิวมีกี่ประเภท?

  แบ่งได้ 3 ชนิดคือ หลุมแบบคลื่น หลุมกล่อง หลุมจิก

หลุมสิว สาเหตุ ประเภท
  1. หลุมคลื่น (Rolling scar) ลักษณะคล้ายคลื่น ขอบหลุมไม่คม โค้งคล้ายกระทะ(ขนาดประมาณ4-5 มิลลิเมตร) เกิดจากการที่แผลมีผังผืดมาดึงรั้ง
  2. หลุมกล่อง (Boxcar scar) ลักษณะคล้ายกล่อง ปากกว้าง(ขนาดประมาณ 1.5-4 มิลลิเมตร) ก้นแผลกว้าง ขอบหลุมจะคมชัด เป็นแผลที่เกิดในอีสุกอีใสหรือสิว
  3. หลุมจิก( Ice pick scar) ลักษณะเป็นหลุมปากแคบ(ไม่เกิน 2 มิลลิเมตร) ก้นแผลแหลม คล้ายรูปกรวย มีการทำลายไปถึงชั้นหนังแท้ เป็นชนิดที่ลึกสุดและรักษายากสุด

ดูรูปรีวิว
รักษาหลุมสิวเพิ่มเติม

สิวแบบไหนทำให้เกิดหลุมสิว?

  • สิวที่มีการอักเสบทุกชนิดทำให้เกิดหลุมสิวได้ เช่น
    • สิวอักเสบตุ่มแดง (Papule acne) สิวอักเสบขนาดเล็ก มีการแดงรอบรูขุมขน ยังไม่เป็นก้อนหรือไต
    • สิวหัวหนอง (Pustule acne) สิวที่เป็นตุ่มหนอง
    • สิวเป็นไตๆ (Nodule acne) สิวที่จับแล้วเป็นไตๆ แข็ง
    • สิวหัวช้าง (Cystic acne) จับแล้วนิ่มๆ ถ้าเจาะจะเป็นหนองปนเลือด
  • ยิ่งความรุนแรงมาก เป็นหนองมาก ยิ่งมีโอกาสเกิดหลุมรุนแรง

กลไกที่ทำให้สิวอักเสบคืออะไร?

สิว สาเหตุ กลไก
  • เริ่มจากต่อมไขมันขับน้ำมันออกมา หากมีการขับหรือระบายน้ำมันไม่ทัน จะเกิดการค้างหรือสะสมน้ำมันในรูขุมขน
  • น้ำมันที่ผลิตออกมาออกมายังกระตุ้นให้เซลล์บริเวณรูเปิดรูขุมขนสร้างขี้ไคลมากกว่าปกติ ทำให้รูขุมขนถูกปิด ส่งผลให้เกิดการสะสมน้ำมันในรูขุมขนมากขึ้นกว่าเดิม
  • เมื่อเกิดการปิดของรูขุมขน จะเกิดภาวะไร้ออกซิเจน ทำให้เชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes เพิ่มจำนวนมากขึ้น เนื่องจาก Cutibacterium acnes เป็นแบคทีเรียที่ไม่ต้องการออกซิเจนหรือanaerobes แบคทีเรียตัวนี้จะปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยสลายไขมัน เพิ่มปริมาณสารกระตุ้นอักเสบ ส่งผลให้มีการอักเสบตามมา
  • การอักเสบเป็นกลไกที่ร่างกายพยายามทำลายสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรค โดยเม็ดเลือดขาวหลายชนิดจะพยายามมาล้อมหัวสิวไว้ แล้วปล่อยเอมไซม์เพื่อย่อย และกินหัวสิว เอนไซม์ที่ปล่อยออกมานอกจากช่วยกำจัดหัวสิวและเชื้อแบคทีเรียแล้ว ยังทำลายผิวส่วนที่ดีด้วย ทำให้เกิดหลุมสิวตามมาได้

จะรู้ได้อย่างไรว่าสิวอักเสบหรือไม่?

  ดูง่ายๆ คือ มีอาการปวด บวม แดง ร้อน เป็นหนอง

สิวไม่อักเสบเช่นสิวหัวดำ สิวหัวขาวไม่ทำให้เกิดหลุมใช่หรือไม่?

  ใช่ ถ้าสิวไม่อักเสบจะไม่ทำให้เกิดหลุมสิว

เราจะป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิว หน้าปรุได้อย่างไร?

  • เริ่มตั้งแต่วัยรุ่น ให้รีบรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่เริ่มเป็นสิว ไม่ควรปล่อยให้สิวเรื้อรัง เป็นความเข้าใจที่ผิดที่มองว่าสิวในวัยรุ่นเป็นเรื่องเล็ก เดี๋ยวโตขึ้นก็ดีเองเพราะปัญหาสิว หลุมสิวเป็นปัญหาที่ส่งผลถึงความมั่นใจระยะยาว
  • ไม่ควรจิก แกะ บีบสิวเอง
    • การจิก แกะ บีบสิวเองอย่างไม่ถูกวิธี ถ้าสิวออกไม่หมดจะทำให้ปัญหาสิวลุกลามยิ่งขึ้น จากสิวไม่อักเสบกลายเป็นอักเสบกินเนื้อ
  • ถ้าเป็นผู้มีปัญหาสิวเรื้อรัง เมื่อรักษาสิวหายแล้ว ควรทายาสิวต่อเนื่องเพื่อป้องกันและผลัดหัวสิวออกลดโอกาสการเกิดสิวอักเสบ
  • ควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพผิว ไม่เอาหน้าเป็นที่ลองเครื่องสำอางตามกระแส
รักษา แผลเป็นบุ๋ม แผลหลุม

หากเกิดหลุมสิวแล้ว รักษาอย่างไร?

  1. การทาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอล วิตามินซีซึ่งมีงานวิจัยว่าช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
  2. การใช้ยาทา Tretinoin ที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิว รวมถึงยังช่วยรักษาสิว
  3. การลอกผิวด้วยกรดหรือการแต้มกรด เป็นการผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดเข้มข้น ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  4. การทำเลเซอร์หรือคลื่นวิทยุเพื่อปลูกผิวใหม่
    • ปัจจุบันจะใช้หลักการ Fractional เป็นการลอกผิวส่วนที่ต้องการรักษาออกเพียง 10-25% โดยใช้เลเซอร์หรือคลื่นวิทยุ โดยจะมีพื้นที่ลอกจะสลับกับผิวที่ไม่ถูกลอก ซึ่งจะต่างจากการลอกแบบ conventional ที่ลอกผิวออกทั้งหมด
    • ข้อดีของระบบ Fractional คือผิวที่ไม่ถูกลอกจะช่วยกระตุ้นให้การซ่อมแผลไวขึ้น ลดระยะพักหน้า ลดผลข้างเคียงเรื่องภาวะดำหรือด่างหลังเลเซอร์
  5. การทำ Micro-needling หรือการกระตุ้นรูขุมขนด้วยเข็ม เป็นการทำให้ผิวเกิดรูเล็กๆ ทั่วบริเวณรักษา เมื่อผิวเกิดแผลก็จะทำให้เกิดการซ่อมแซมผิวตามมา จะช่วยให้หลุมสิวดูตื้น ผิวเรียบเนียนขึ้น
  6. การฉีดสารเติมเต็มใต้ผิว เป็นการเติมสารที่ช่วยเติม volume ส่วนที่หายไปให้เต็มได้แก่ ไฮยาลูโลนิกเอซิด, ไขมัน
  7. การตัดผังผืดใต้ผิว (Subcision) เป็นการตัดผังผืดที่ดึงรั้งผิวออก ทำให้แผลยกตัวได้ดีขึ้น โดยใช้เข็มในการกวาดหรือตัดผังผืดหรือใช้ลมที่อัดความเร็วแรงในการตัด แต่วิธีตัดมาตรฐานคือการตัดด้วยเข็ม Nakor ซึ่งเป็นเข็มชนิดพิเศษที่ออกแบบมาพิเศษให้ตัดผังผืดโดยเฉพาะ
  8. การผ่าตัดแผลเป็นออก

การรักษาหลุมสิวต้องทำกี่ครั้ง?

  ขึ้นกับความรุนแรงและความพอใจของคนไข้

รักษาหลุมทุกชั้นผิว
เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

ที่มิ่งขวัญคลินิกเรารักษาหลุมสิวด้วยวิธีใด?

รักษาด้วยการ Combined technique เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะปัญหาหลุมสิวเกิดได้จากผิวทุกชั้นโดยใช้
  • Double lasers and subcisions เป็นการรักษาหลุมสิวทุกชั้นผิวโดยใช้เลเซอร์ 2 ชนิดรักษาผิวชั้นบนและการตัดพังผืดหลุมสิวด้วยเครื่องมือพิเศษ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการรักษาหลุมสิว
  • Fractional CO2 Laser ซึ่งเป็น Gold standard ในการรักษาหลุมสิว เพื่อกระตุ้นผิวด้านบนให้สร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้รูขุมขนหลุมสิวผิวดูละเอียด เรียบเนียน
  • TCA cross เป็นการรักษาหลุมแบบจิกที่ลึกลงไปถึงผิวชั้นลึก เป็นการกระตุ้นลงไปที่ก้นของหลุมโดยตรง

หลุมสิว รู้จักวิธีป้องกันและรักษาก่อนเข้าคลินิกกัน Read More »